Skip to content

ผมไปสอบ TOEFL มา

March 1, 2010

เมื่อวันเสาร์ไปสอบ TOEFL มา หะหะ ไม่เคยไปสอบมาก่อนเลย สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการไปสอบ คลิกเข้าไปอ่านได้นะ อันนี้จะเขียนเรื่องการสอบของผมเอง

ก่อนไปสอบ ด้วยความที่ตื่นตัวช้าไปหน่อย เลยมีเวลาเตรียมตัวน้อยมากและก็คงต้องสอบแล้ว ไม่งั้นจะไม่ทันสมัครทุน เตรียมตัวประมาณ 2 อาทิตย์แบบขี้เกียจๆ ทำตัวอย่างข้อสอบไปนิดนึง และทำ mini-test จาก CD ไปบ้างนิดหน่อย ส่วนที่รู้สึกว่าพอสู้ไหว คือ Reading และ Listening แต่ส่วนที่รู้ว่าตัวเองห่วยมากคือ Speaking และ Writing ครับ

2-3 วันก่อนสอบรู้สึกตื่นเต้นพอสมควร รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สอบแบบ รีดคะแนน แบบนี้มานานมากแล้วตั้งแต่ Ent แบบประเภทว่า ความรู้สึกต้องเอาคะแนนให้มากที่สุดอะไรแบบนี้ มีวางแผนการสอบอะไรแบบนี้ เพราะช่วงเรียน ก็มักจะสอบด้วยความรู้สึกว่าแค่ทำให้ถึงจุดๆนึงที่พอใจ ก็พอ

การสอบมี 4 ส่วน Reading, Listening, Speaking และ Writing (อะไรเป็นยังไง อ่านได้ในลิงค์ด้านบนนะครับ)

Reading รู้สึกว่า มันยากกว่าข้อสอบ Ent ระดับนึง สิ่งที่น่ากลัวจะเป็นเวลามากกว่า

Listening อันนี้ผมจะฟัง conversation จะรู้เรื่อง แต่พอเป็น lecture ที่เป็นหัวข้อ เฉพาะทางมากๆ จะเริ่มหลุด เพราะเจอศัพท์เฉพาะทางแปลกๆ แล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเนื้อหามันชอบมีเกี่ยวกับ Psychology หรือไม่ก็ Geology ผมรู็สึกว่าเจอบ่อยมาก -_-”

Speaking อันนี้ ตอนแรกไม่รู้เลยว่ามันมี pattern 6 แบบตายตัวด้วยจนยิ้งบอก รู้สึกว่าตัวเองมักจะพูดยาวๆไม่ได้ คือตอบเป็นประโยคสั้นๆ และตอนซ้อมจะจบเร็วมาก และนึกคำไม่ออก คือ ถ้าเห็นคำศัพท์นี้ เวลาอ่านหรือได้ยินจะแปลออก(input) แต่พอจะดึงอออกมาพูดหรือเขียน(output) จะนึกไม่ออก นี่เป็นปัญหา

Writing ก็คล้ายๆ Speaking มักใช้แต่คำง่ายๆ และ grammar ยังผิดอยู่ และก็ปัญหาเดิม นึกคำไม่ออก

การสอบครั้งนี้ ผมหวังว่าจะได้ 90+ และก็ไปสอบ ฮ่าฮ่า พอถึงหน้าห้องสอบจริง ก็ตื่นเต้นดี ฮ่าฮ่า และเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามนี้

Reading เปิดมาเจอ passage แรก อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ดันเจอคำศัพท์ 2-3 คำที่ไม่แน่ใจคำแปล แถมยังเป็น main idea อีก เคยเป็นมั้ยครับ ผมเคยเจอแบบนี้ตอน Ent ทีนึงแล้ว แบบทำข้อสอบเก่าเจอแค่คำศํพท์ที่รู้จักและทำได้ แต่พอสอบจริงดันเจอคำที่ไม่แน่ใจ (แม้จะเห็นบ่อยๆ แต่ได้ context ช่วยไว้ตลอด) เจอแบบนี้เลย ตกใจพอสมควร พออันที่ 2 ก็ทำได้ครับ และอันที่ 3 ก็พอจะทำได้ (โชคดีผมเจอ แบบ 3 ชุด ขี้เกียจอ่านมาก)

Listening อันนี้เจอ 9 ชุดสินะ ทำได้ค่อนข้างโอเค เพราะฟังรู้เรื่องเกือบตลอด หูฟังก็เสียงชัดเจนดีและเพลินมาก ทำไปเรื่อยๆ อาจะมีการตีความผิดบ้างบางข้อ  และ lecture อันหลังๆเริ่มสมาธิหลุด เพราะเริ่มวอกแวกและเริ่มปวดขี้ตะหงิดๆ แต่ก็ถือว่าโอเคที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ส่วน

10 minutes Break ตอนแรกกะนั่งอยู่เฉยๆ ทำสมาธิ แต่เจ้าหน้าที่เค้ามาสะกิด ไปห้องน้ำได้นะ ก็เลยไปซะหน่อย วิ่งไปเข้าห้องน้ำและกลับมานั่งสงบจิตใจ แต่เริ่มปวดขี้อีกแล้ว

Speaking มั่วมาก ฟังคำถามรู้เรื่องหมดนะ ยกเว้นข้อสุดท้าย แต่พอตอนพูด เหมือนสมาธิไม่ดี ปวดขี้ด้วย พูดผิดพูดถูก คำง่ายๆก็ออกเสียงผิด(แบบไม่น่าให้อภัย) พูดตะกุกตะกัก หยุดๆขาดๆ จนเละไปหมด มีข้อนึงที่เค้าให้อธิบาย problem ที่ได้ฟังและเลือก solution ที่ได้ฟังว่าควรเอา A หรือ B พร้อมเหตุผล  เราก็จดๆๆ ไล่ลงมา problem คืออะไร Solution A คืออะไร Solution B คืออะไร จดไล่ๆลงมา แล้วเราก็เลือกจะตอบ B ก็ลิสต์ example ไว้เรียบร้อย ปรากฏว่า พอเริ่มพูด ก็พูดตามที่จดไว้ แล้วสายตามันไล่ลงมาเรื่อยๆ แล้วเผลอไปตอบ solution A !!  เฮ้ย!! ไม่ได้เตรียมตัวอย่างสนับสนุนไว้ และจะหันหลังกลับไปตอบ B ก็ไม่ทันแล้ว เงียบไป 2 วิ แล้วพูดสด โคตรมั่วไป หึหึ   เรียกได้ว่า speaking นี่ค่อนข้างจะรวนมากๆ ไม่มีสมาธิเลย และจนข้อสุดท้ายหัวข้อเฉพาะทาง เค้าพูดคำศัพท์คำนึง ซึ่งไม่เคยได้ยินเลย และเป็น main idea ทำให้พาลฟังทั้งเรื่องไม่ค่อยรู้เรื่อง พยายามจับใจความอยู่นานมาก จนต้องตอบ ก็เลยตอบมั่วๆไป

Writing อันแรกก็อ่านรู้เรื่อง ฟังรู้เรื่อง ก็เขียนๆไป เขียนเกินที่กำหนดนิดหน่อย พยายาใส่คำหรูๆลงไป แต่เขียนเพลินจนเวลาหมด ไม่ทันได้ตรวจทานเลย แถมยังจบไม่ลง ด้วย อ่าาา พิมพ์ผิดไปเยอะแหงๆ คีย์บอร์ดไม่คุ้นเคย อันที 2 แสดงความเห็น เจอ Agree/Disagree หัวข้อยากเหมือนกัน นั่งนึกอยู่นานว่าจะ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เลือกปั๊ป วางแผน ให้เหตุผล ยกตัวอย่าง แล้วเริ่มเขียน เขียนๆไป ก็ยังคิดมากอยู่ว่า มันควรจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งจริงๆ มันไม่มีผลต่อคะแนนเพราะเป็นการแสดงความเห็น แต่ไอเรามันชอบคิดเรื่องพวกนี้ เลยคิดอยู่นั่นแหละ จนเขียนได้น้อยกว่าที่ควร และ เหมือนเดิม เวลาหมด จบยังไม่ดี และไม่ได้ตรวจทาน -_-”

สอบออกมา รู้สึกเหมือนจะโอเค แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งเริ่มนอย จนรู้สึกว่าสอบไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันก็ข่วยไม่ได้ เตรียมตัวมาเท่านี้ มันก็ควรจะได้ประมาณนี้ล่ะมั้ง หวังลึกๆๆๆ ลึกมาๆๆ ว่าจะได้ตามเป้า ฮ่าฮ่า แต่คงมีสอบครั้งหน้าอีกทีแน่ๆเลยล่ะครับ

Advertisements

From → diary

5 Comments
  1. >> ทำไมเนื้อหามันชอบมีเกี่ยวกับ Psychology หรือไม่ก็ Geology
    Great analysis!

    ขอบคุณมากสำหรับเรื่องเล่า ครั้งหน้าเด๋วกุไปสอบด้วยๆ : }

  2. โหดโคตร

  3. ijemmy permalink

    @m3rlinez มันอย่างอื่นด้วยนะ anthropology, biology, management ฯลฯ พวกเรามักจะจำได้ประเภทที่จำไม่ได้

    แอบรู้สึกว่าที่นายทำได้ไม่ดีเพราะปวดขี้เป็นส่วนใหญ่ XD

    ดูจากเวลาแล้ว สมัครทุนฟุลไบร์ทใช่ป่ะเนี่ย

  4. ค่าสอบแพงอ่ะ

  5. dduen permalink

    แล้วผลสอบเปนไงอ่ะค่ะ อย่าลืมบอกกันบ้างนะ จะติดตาม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: