Skip to content

ประชาธิปไตยจำเป็นต้องเรียนรู้

September 2, 2008

ตอนดึกๆวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากกลับถึงบ้าน ได้มีโอกาสดูการประชุมสภาเพื่อหาวิธีแก้วิกฤตบ้านเมือง  เปิดมาเจอ คุณอภิสิทธิ์ พูดพอดี ฟังจนจบ พูดได้ดีครับผม มีประเด็น มีจุดยืน
ถัดมา นายกสมัครพูดต่อ แม้จะฟังดูดุเดือด แต่ก็มีประเด็นและจุดยืนเช่นกัน

หลังจากฟังคนต่อๆมาพูดอยู่ชั่วโมงกว่าๆ ก็เลิกดู ด้วยเหตุว่า ถ้ายังประชุมกันด้วยรูปแบบนี้ คือต่างคนต่างพูด แบ่งพรรคพวก ไม่เกิดการปรึกษากัน มัวแต่เล่นคำ เอาชนะ คะคานกันนิดๆหน่อยๆ หักหน้ากันด้วยคำพูด หักล้างกันเท่าที่จะทำได้ ในสไตล์ที่พวกทนายขึ้นศาลมักจะทำกัน (ก็ไม่แปลก เพราะนักการเมืองจบนิติศาสตร์ก็เยอะอยู่) ก็คงไม่ได้ข้อสรุปและทางออกอย่างแน่นอน

แต่ถ้า สนใจคำพูดนายกสมัครและคุณอภิสิทธิ์ และมาคิดตามดูดีๆ มันก็คือ จะตึง หรือ จะหย่อน ครับ

จะตึง ก็คือนายกยังอยู่แบบนี้ต่อไป(บางคนอาจะบอกว่า ดื้อต่อไป) ไม่ยอมยุบสภา หรือ ลาออก ทำสิ่งที่ถูกต้อง คือยึดกฏกติกา และยึดความเป็นประชาิธิปไตยเอาไว้ ไม่ให้เสียการปกครง หาทางจับกุมแกนนำตามกฏหมาย และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
ไม่ยอมให้คนกลุ่มน้อยมาดำเนินการ ตั้งเงื่อนไข จนบีบบังคับล้มรัฐบาลได้

แต่ถ้าหย่อน คือ นายกยอมลาออก ไม่ก็ยอมยุบสภา เลือกตั้งกันใหม่ ให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ พันธมิตรก็คงสลายการชุมนุมไป สถานการณ์อาจดีขึ้น แต่นั่นหมายความว่า ต่อไป หากต้องการล้มล้างรัฐบาลเมื่อไหร่ ก็สามารถชุมนุมเรียกร้องได้ และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป
ต่อไปการเลือกตั้งก็จะหมดความสำคัญ เพราะชุมนุม ก่อความวุ่นวายก็ล้มรัฐบาลได้่
เสียงส่วนใหญ่ไม่สำคัญอีกต่อไป นั่นจะเป็นการถอยหลังมากมายของประชาธิปไตยในบ้านเรา
และจะเกิดปัญหาแบบนี้ ต่อไปอีกหลายครั้ง อีกหลายปีแน่นอน

ผมคิดว่า จะตึง หรือ จะหย่อน ล้วนแต่เป็นทางเลือกที่ถูกต้องทั้งนั้นครับ แต่ทางเลือกไหน
เหมาะสมกว่ากัน ณ ตอนนี้ อันนี้แหละครับ ที่ตอบยาก ตัดสินใจยากมาก

และต้องคิดไว้เลยว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็จะมีปัญหาตามมาอีกแน่ คงไม่ใช่ ทุกอย่าง
จบสิ้นในทันทีอย่างแน่นอน ต้องค่อยๆเคลียร์ไป

แต่ที่แน่นอน นอกจากในระยะสั้นที่ทำลายภาพลักษณ์ สุขภาพจิต และเศรษฐกิจแล้ว ตอนนี้ผมคิดว่า พันธมิตรได้ทำลายประเทศชาติในระยะยาวไปแล้วครับ พันธมิตรได้ปลูกฝังนิสัย
ไม่ดีให้กับประชาชนไปแล้วว่า เรามีสิทธิจะไม่ทำตามกฏหมาย และต้องดื้อให้ถึงที่สุด เพื่อเป้าหมายบางอย่าง  เราไม่จำเป็นต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ถ้าเราไม่พอใจก็ก่อชุมนุม ตั้งเงื่อนไขที่ไม่มีทางเลือก ไม่เจรจาและขัดขืนให้ถึงที่สุด โดยไม่ต้องสนใจกฏหมายด้วย

นิสัยไม่ดีเหล่านี้ ยิ่งถ้าทำสำเร็จ มันจะติดตัวคนไทยไปอีกหลายรุ่นเลยล่ะครับ และแม้จะดำเนินคดีกับแกนนำได้ กลุ่มคนที่ไปชุมนุมที่เหลือ ในอนาคตก็จะทำอะไรแบบนี้ในลักษณะเดียวกันอีก เพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนี้อีก

ผมคิดว่าปัญหาทั้งหมดนี้ ทั้งการก่อตัวของพันธมิตร และความวุ่นวายในปัจจุบัน การเมืองในปัจจุบัน
ทั้งหมด เกิดจาความเข้าใจในประชาิธิปไตย เกิดจากระบบการศึกษาทั้งสิ้น คนไทยยังเข้าใจประชาิธิปไตย เข้าใจสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของตนเองไม่ดีพอ แม้แต่ผมเองก็ยังไม่แน่
ใจว่าจริงๆ ประชาธิปไตยที่ถูกควรเป็นยังไงกันแน่ ผมมีสิทธิแค่ไหนกันแน่

สหรัฐ กว่าจะมีประชาิธิปไตยแบบนี้ได้ สมัยก่อนก็เกิดสงครามกลางเมือง คนล้มตายกันมากมาย

กว่าจะเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้

แน่นอนว่าเหตุการณ์ในประเทศเราตอนนี้ ก็เป็นบทเรียนประชาิธิปไตย ที่คนไทยต้องเรียนรู้และผ่านไปให้ได้ครับ

Advertisements

From → blog

4 Comments
  1. อรุช permalink

    ช่วงนี้คนโพสต์เรื่องนี้เยอะแหะ
    เห้อ

  2. Scalopus permalink

    เรื่องนี้สร้างประเด็นไว้กับสังคมมากมาย พี่ก็เห็นด้วยกับน้องนะ….

  3. สมมุติว่าถ้ายุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ สมัครได้เป็นอีกจะเป็นไงวะ พันธมิตรจะทำไงต่อ จะประท้วงต่อนี่ก็ตลกไปหน่อยรึปล่าว?

  4. คือนิสัยเสียนิดหน่อย ตอนนี้ก็ เป็นเสื้อแดงแล้ว นานจังเลย blog นี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: