ชีวิตจืดๆ
ตั้งใจจะเขียนมาได้ซํกพักแล้ว เผอิญเจอ iBird เขียนเรื่องเดียวกันเด๊ะ เลยเอาด้วยเลย
ผมรู้สึกว่า ชีวิตตัวเองจืดสิ้นดี เรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่ได้ทำอะไรสุดๆ
บางส่วนอาจจะเป็นเพราะนิสัยผมเอง ที่ก็ไม่ได้อะไรมากจริงๆ ชอบอยู่เฉยๆ
แต่ในใจลึกๆ ก็อยากสนุกมากๆ อยากเกเรๆ เหมือนกัน มันผสมปนเปกันไป
ด้วยความที่เรียนได้ โอเค และเป็นคนใฝ่หาความมั่นคงเสมอ
ก็ตั้งใจเรียน(ถ้าเทียบกันคนทั่วไป) แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดีตลอด สอบก็ผ่าน
เกรดไม่ได้แย่ แต่ชีวิตมันจืดสิ้นดีน่ะสิ จริงๆ ทั้งชีวิตสนุกๆ กับ การเรียนมันก็น่าจะไปกันได้นะ
แต่ก็ไม่รู้เพราะนิสัยส่วนใหญ่ของผมรึเปล่า มาอยากตอนนี้มันก็ผ่านมาช่วงนึงแล้ว
ผมมีลูกพี่ลูกน้อง ผู้ชายคนนึง ตอนนี้อยู่บ้านเดียวกัน(มันไปอยู่หอแล้วแหละ ตอนนี้)
ช่วงมัธยม ค่อนข้างจะรักสนุก ไม่ถึงกับเกเรไปต่อยตีกับใคร แต่ไม่เอาเรื่องเรียน
เล่น เตะฟุตบอล มีแฟน สนุกไปเรื่อยๆ มีเพื่อนหลากหลายมากๆ เค้าเป็นคนไม่
เครียดเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะเครียดก็ไม่เคยเกินครึ่งชั่วโมง แต่เอาตัวรอด
จบมัธยมมาจนได้ เค้าถนัดคณิตศาสตร์(เชื่อมั้ยล่ะ หะหะ แต่เลขโอเคจริงๆ)
แต่อ่อนอังกฤษถึงอ่อนมาก
เอนท์ไม่ติด(ก็ไม่เครียดไรมาก เท่าที่ดู) ก็ไปเข้าเอแบค บริหาร แล้วปรากฏว่า
เหมือนโตขึ้น เหมือนคิดได้ ตอนนี้ตั้งใจเรียนขึ้นมากมาย มีได้เอแล้วด้วย
ดีขึ้นมาเฉยๆ ญาติพี่น้องดีใจ ยินดีกันมายมาย ผมเองก็รู้สึกยินดีด้วย เพราะ
เห็นมาตั้งแต่เด็ก คนเราชอบการเปลี่ยนแปลง(ไม่ว่าจะทางดีหรือร้ายก็ตาม)
ถ้าเทียบกับ เค้าจะกราฟขึ้น แต่ผมกราฟคงที่ หะหะ น้อยใจลึกๆ 55+
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น แต่ก่อนผมมองเค้าและเป็นห่วงว่า โตขึ้นจะรอดมั้ย
จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้กลับมองว่า เค้าใช้ชีวิตคุ้มว่ะ แล้วเราล่ะ
ยิ่งถ้าจบออกมา ได้เงินเดือน(แค่อยากหาตัววัดน่ะครับ) ได้เท่ากับผมอีก
คงคิดมากกว่านี้แน่ๆ
ตอนอยู่ ม.ปลาย ก็คิดไว้ว่า เราจะใช้ชีวิต ม.ปลาย ให้คุ้มที่สุด มีครั้งเดียวในชีวิต
แต่สุดท้ายก็ออกไปในรูปแบบทำกิจกรรมตึก ทำกิจกรรมโรงเรียน แทนที่จะไม่ทำ
อะไร เฮฮา เดินกลับบ้านกับเพื่อนๆตามปกติ ตอนนั้นจะรีบทำนู่นทำนี่ไปทำไมนะ
ไม่ได้เสียใจ แต่เสียดาย (ต่างกันมั้ยวะ)
ถึงตรงนี้ หลายๆคนอาจจะคอมเมนท์ว่า มันธรรมดา ใครๆก็เป็น แล้วต่อไป
ผมอาจจะคิดว่า ตัวเองใช้ชีวิตคุ้มแล้วก็ได้ ดีแล้วที่ทำตัวแบบนั้น
มันก็ใช่ครับ ไม่มีใครรู้ นั่นสินะ
blog นี้ตั้งใจเก็บความรู้สึกนี้ไว้ ต่อไปจะพยายามเปิดใจให้มากขึ้น หาความสนุก
อย่างที่ว่ามากขึ้น หะหะ ดูดิ๊จะเป็นยังไง อีกห้าปี อาจจะมา blog อีกว่า
“ชีวิตสนุกเกินไป” หะหะ ใครจะไปรู้
ปล. กลับมาอ่านอีกที ลืมอธิบายว่า ชีวิตสนุกที่ผมว่าคืออะไร แต่เอาเถอะครับ
คิดเอาเองเลยครับ
ความรู้สึกตัวเองไม่เคยซ้ำกันหรอกครับ
บางช่วงเวลาก็รู้สึกดี ย่ำแย่ หดหู่ เบิกบาน คละเคล้ากันไป
ลองเทียบความรู้สึกตอนนี้กับ ตอนเขียนดูสิครับ ต่างกันมั้ยครับ
หากลองตั้งคำถามใหม่ดูว่า
อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด
ที่ชีวิตนี้สมควรได้ สมควรได้ศึกษา
ก่อนตายมากที่สุด
บางที อาจจะเจอคำตอบของชีวิตก็เป็นได้
เค้าใช้ชีวิตคุ้มว่ะ
เราก็ใช้ชีวิตไม่คุ้มหวะ เกิดมาแล้วก็ตาย แล้วก็รอเกิดอีก 99 วิ เกิดมาแล้วก็ตายอีก แล้วก็นั่งรอเกิดอีก
อ้าว คนละเรื่อง
กุว่ากุรู้เรื่องชัวิตสนุกๆนะ ฮาๆๆๆๆ
นั่นล่ะเขาอยู่หลังฉาก ตัวกิเลสมาร เคยคิดไหมเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
อ้าวก็ ทำกิจกรรมไม่สนุกเหรอ แปลกจิง ไม่สนุกแล้วทนทำไปทามมาย